ผ้าม่านเผยอเผยด้วยแรงลม
เสียงกระดิ่ิงเล่นโต้ลมลอยคล้อยเคล้าเข้ากับอากาศชื้น
ฝนกำลังจะดิ่งลงจากฟ้า ฉัน และลูกอยู่ในบ้านปลอดภัยจากความเปียกของธรรมชาติ
กล่องพัสดุห่อกระดาษสีน้ำตาลที่รับมาจากที่ทำการไปรษณีย์
ยังคงวางบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องตั้งแต่วานซืน ลายมือหวัดแกมบรรจงบ่งบอกชื่อ
และที่อยู่ปลายทางบนกล่องนั้น
ฉันยังจำจดถึงเจ้าของลายเขียนนี้ได้อย่างดิบดี
แม้จะเลือนลางไปบ้างผ่านกาลเวลา ฉันหย่อนตัวลงบนโซฟาเก่า
หยิบเครื่องควบคุมโทรทัศน์ข้างตัว กดนิ้วลงปุ่มเปิด ภาพปรากฎที่หน้าจอ
"แม่ๆ อะไรน่ะ"
เด็กชายวัยสี่ขวบสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันคว้ากล่องพัสดุ
ก่อนกระโจนตัวขึ้นบนโซฟา เขามองหน้าฉันคล้ายหวังว่า
คำตอบของคำถามเมื่อครู่คือการอนุญาตให้แกะหีบห่อออก
ฉันดึงมันออกจากมือเด็กชาย วางมันกลับที่โต๊ะ "เอาไว้นี่ก่อนนะคับ อาร์ท"
ความผิดหวังผุดขึ้นบนหัวคิ้วที่กำลังขมวดหากัน ฉันอุ้มเขาไว้บนตัก
"ดูการ์ตูนไหมลูก" เด็กชายพยักหน้า ดิฉันกดเปลี่ยนช่อง เขายิ้ม
-
เป็นรอยยิ้มที่ดิฉันคุ้นในความทรงจำ แม้จะมองผ่านม่านฝน
ร่างของเขาที่หนีบตัวหลบความเปียกอยู่ใต้คันร่มสีเขียวน้ำะเล
ค่อยๆตรงมารับฉันใต้ชายคาของอาคาร ฉันมองนาฬิกาบนข้อมือขวา
เขามาเร็วกว่านัดหมายแปดนาทีสิบหกวินาที "ขอโทษนะ ไม่คิดว่าฝนจะตก
เลยไม่ได้เอาร่มมา ต้องรบกวนให้มารับอย่างนี้"
ฉันสืบตัวเข้าใต้ร่มกันฝนคันเดียวนั้น
ตัวของเราสองคนเบียดกันแย่งพื้นที่แห้ง "ไม่เป็นไร" เขาหันมายิ้ม
ฉันมองหน้าเขา และเรากำลังก้าวเท้าพร้อมกัน
เขาจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ไ
ม่ไกลนัก จึงไปถึงได้ด้วยยี่สิบสามก้าวพอดี
ฉันรีบสอดตัวเข้านั่งบนเบาะหนังเทียม
นึกโล่งอกที่เสื้อผ้าไม่เปียกปอนมากนัก
ฉันเบื่อฝน-ความชื้นบางทีบางหนช่างน่ารำคาญ
เขาเข้าตามหลังมาด้วยเชื่องช้ากว่าิฉัน เพราะมัวแต่พับเก็บร่มให้เข้าที่
"ดูท่าจะตกนานเลย" เขาเอื้อมตัวไปห้อยอุปกรณ์กันฝนไว้หลังเบาะ
เอี้ยวตัวกลับมาเสียบกุญแจรถ ก่อนจะนำยานพาหนะปะทะสายฝน สู่ถนนคอนกรีต
"ฟังเพลงมั้ย" เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เขายัดเทปลงเครื่องเล่น
ฉันนั่งมองกระจกที่อาบไปด้วยน้ำฝน ภาพทิวทัศน์ภายนอกเริ่มเลอะเลือนลาง
-
ใบไม้ขยับขึ้น-ลงคล้ายรื่นเริงระบำไปกับการกระทำของฝน
ฉันนั่งเหม่อมองละอองน้ำเล็ดลอดผ่านรูมุ้งลวด ฟุ้งเฟ้อ เบาบาง
แต่ไม่ถึงกับสาดซัดเข้าสู่ภายใน-ยังไม่ต้องปิดหน้าต่าง
หันกลับสู่จุดสนใจตรงหน้า ได้ยินเสียงของตัวการ์ตูนในโทรทัศน์
เด็กชายกำลังหัวเราะบนตัก และสายฝนยังคงอึกทึกอยู่ภายนอก
ฉันอุ้มเด็
กชายลงจากตักไว้ข้างตัว ปฏิกิริยาความสนใจของเขายังคงเป็นจอสี่เหลี่ยม
และภาพเคลื่อนไหวในนั้น ฉันกระเถิบไปหยิบกล่องพัสดุ
พิจารณาหนึ่งช่วงลมหายใจ ก่อนแกะห่อกระดาษสีน้ำตาล-ขยำทิ้ง
เปิดกล่องกระดาษ ปรากฎกล่องสีไม้บรรจุสีไม้จำนวนสี่สิบแปดแท่ง
ด้านบนกล่องสีประกบแปะด้วยบัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเล ฉันเปิดอ้าออก
อ่านข้อความที่เขียนด้วยปากกาดำด้านใน "สุขสันต์วันเกิดลูกอาร์ท -พ่อ"
ความทรงจำของเจ้าของลายมือชัดเจนในหัว
"สี สีนี่นา" เด็กชายคว้ากล่องสีจากมือฉัน
-
"ผมคุยเรื่องจัดงานบ้างแล้ว และก็บัตรเชิญผมจะจัดการให้"
ชายหนุ่มโขกขยับกระปุกเกียร์ กดเท้าลงเบรค รถชะลอตัวที่สี่แยกไฟแดงหนึ่ง
ฉันพยักหน้าเป็นการรับรู้ เขาฮัมเพลงประสานเสียงจากลำโพง
ฝนนัวเนียในอากาศนอกกระจก เขาบิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง
"อีกแปดเดือนก็คลอดแล้วนะ" เขาลดมือลงมาลูบที่ท้องของฉัน "ชื่ออะไรดีเอ่ย"
"เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้นี่ จะรีบไปไหนล่ะ" ฉันตีมือเขาเบาๆ
เรากำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ คงเป็นงานมงคลเล็กๆ
ซึ่งเราจัดภายใต้เวลาที่ถูกกำหนด เพราะฉันตั้งครรภ์ก่อน
พ่อแม่ของเขาจึงอยากให้เราแต่งกันเร็วที่สุดเท่าที่จะี่เป็นไปได้
ส่วนพ่อแม่ของฉันไม่มีปัญหา ท่านทั้งสองเสียไปนานแล้ว
"ผมรักคุณนะ"
เขาดึงมือขวาของฉันไปหอมหนึ่งฟอด ฉันชักกลับไปตีไหล่เขาสองที
"เล่นไม่รู้เรื่อง ขับรถไปเถอะน่า" หน้าของฉันแดงระเรื่อ
เขาหัวเราะร่วน-ความสุข และรถยนต์ของเราเคลื่อนตัวแหวกสายฝนต่อไป
-
หยดน้ำหยุดทิ้งตัวจากฟ้า เหลือเพียงความชื้นแฉะ และกลิ่นสาบดินฉ่ำน้ำ
นกบางตัวประสานเสียงรับแดดอ่อนๆ
ฉันเปิดผ้าม่านมองสีฟ้าของท้องฟ้าแพลมโผล่ขึ้นที่ยอดเมฆ-สวย
เด็กชาย
เปิดกล่องสีไม้ เขาจับสีน้ำเงินขึ้นมาไว้ในมือขวา กำแน่น
และถูถากแถกไถมันลงกระดาษเอสี่สีขาว ฉันนั่งมองเด็กชายเปลี่ยนสีไปมา
ลายเส้นขีดครืดคราดบนกระดาษไม่เป็นรูป-อาจเพราะฉันมองไม่ออก
ฉันลุกนำกระดาษสีน้ำตาลกับกล่องกระดาษ ไปทิ้งในครัว ปล่อยมันลงถังขยะ
ฉันยืนนิ่ง-คิด "-พ่อ" เด็กชายคงไม่รู้จักหรอก พ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าลูก
พ่อที่ไม่เคยรักแม่จริงอย่างนั้นหรือ ฉันเดินกลับไปที่โซฟา
หยิบบัตรอวยพรวันเกิดสีฟ้าน้ำทะเล นำไปทิ้งในครัว
แต่เด็กชายวิ่งถลา
เข้ามาทางด้านหลัง "แม่ๆ ดูรุ้งกินน้ำ ฝนหยุดตก มีรุ้งกินน้ำด้วย"
กระตุกกางเกงของฉันเบาๆ และยื่นมือชูกระดาษเอสี่เหนือหัว
ฉันเห็นรูปทรงสีสันแปลกตา
-
เมื่อดับเครื่อง
เสียงฝนเปอะแปะดังกังวาลกว่าเก่า
ภายในรถที่หยุดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังเดี่ยวชั้นเดียว
เขาเอี้ยวตัวไปหยิบร่มยื่นให้ฉัน มันยังไม่แห้งดีเมื่อสัมผัส
"เดี๋ยวเลิกงานพรุ่งนี้ไปรับเหมือนวันนี้นะ จะได้ไปดูเรื่องอาหารด้วยกัน"
เขาหันไปมองเม็ดฝนตกกระแทกกระจกหน้า "ระวังไม่สบายล่ะ รู้ไหม"
"ขอบใ
จจ้ะ" ฉันยกมือโบกไปมาเป็นการอำลา ก่อนเปิดประตู
และเลื่อนตัวไปใต้ร่มสีฟ้าน้ำทะเล ความชื้นสัมผัสได้ด้วยผิวหนัง
ฉันเดินสู่ประตูบ้าน
ก่อนหันมองรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางสายฝนที่หมุนเกลียวไปตามลม
ท้องฟ้าสีเทาด้วยเมฆแน่นขนัด ฝนคงตกอีกนาน ฉันคิดก่อนสอดกุญแจเปิดประตูบ้าน
-
"สวยมากเลยลูก" ฉันมองภาพบนกระดาษ รุ้งของเด็กชายไม่ได้มีเจ็ดสี
และแน่นอนมันไม่ได้สวยงามในทางศิลปะเลยสักนิด
แต่มันใสซื่อมากกว่าสิ่งใดที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต
เด็กชายมองหน้าฉันแล้วยิ้มฉีก เขาชักภาพวาดกลับ "มาดูตรงนี้นะ"
และชี้นิ้วอธิบายแต่ละจุดในภาพ ฉันลงนั่งข้างๆ เขา
"ตรงนี้ต้นไม้ และก็น้ำ น้ำ มีแม่ด้วย นี่ๆ แม่ๆ ชอบสี สีีเต็มไปหมดเลย" เด็กชายชี้ไปยังกล่องสีไม้
"ใช่จ้ะ ของพ่อซื้อมาให้ไง พรุ่งนี้วันเกิดลูกนะ ลืมแล้วเหรอ"
ฉันกอดเด็กชายอายุสี่ปีสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันไว้ในอ้อมแขน
ก่อนเหลือบมองท้องฟ้าจากช่องหน้าต่าง มีรุ้งพาดผ่าน ณ
จุดหนึ่งบนความทรงจำของดวงตา-ภาพวาดในกระดาษเอสี่
บัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเลยังคงอยู่ในมือ และฉันไม่เสียใจเลยที่เขาทิ้งเราสองคนไป