2006/Jul/17



สวัสดี
ขอโทษที
ราตรีสวัสดิ์


2006/May/12



ผ้าม่านเผยอเผยด้วยแรงลม เสียงกระดิ่ิงเล่นโต้ลมลอยคล้อยเคล้าเข้ากับอากาศชื้น ฝนกำลังจะดิ่งลงจากฟ้า ฉัน และลูกอยู่ในบ้านปลอดภัยจากความเปียกของธรรมชาติ

กล่องพัสดุห่อกระดาษสีน้ำตาลที่รับมาจากที่ทำการไปรษณีย์ ยังคงวางบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องตั้งแต่วานซืน ลายมือหวัดแกมบรรจงบ่งบอกชื่อ และที่อยู่ปลายทางบนกล่องนั้น ฉันยังจำจดถึงเจ้าของลายเขียนนี้ได้อย่างดิบดี แม้จะเลือนลางไปบ้างผ่านกาลเวลา ฉันหย่อนตัวลงบนโซฟาเก่า หยิบเครื่องควบคุมโทรทัศน์ข้างตัว กดนิ้วลงปุ่มเปิด ภาพปรากฎที่หน้าจอ

"แม่ๆ อะไรน่ะ"

เด็กชายวัยสี่ขวบสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันคว้ากล่องพัสดุ ก่อนกระโจนตัวขึ้นบนโซฟา เขามองหน้าฉันคล้ายหวังว่า คำตอบของคำถามเมื่อครู่คือการอนุญาตให้แกะหีบห่อออก ฉันดึงมันออกจากมือเด็กชาย วางมันกลับที่โต๊ะ "เอาไว้นี่ก่อนนะคับ อาร์ท" ความผิดหวังผุดขึ้นบนหัวคิ้วที่กำลังขมวดหากัน ฉันอุ้มเขาไว้บนตัก "ดูการ์ตูนไหมลูก" เด็กชายพยักหน้า ดิฉันกดเปลี่ยนช่อง เขายิ้ม

-

เป็นรอยยิ้มที่ดิฉันคุ้นในความทรงจำ แม้จะมองผ่านม่านฝน ร่างของเขาที่หนีบตัวหลบความเปียกอยู่ใต้คันร่มสีเขียวน้ำะเล ค่อยๆตรงมารับฉันใต้ชายคาของอาคาร ฉันมองนาฬิกาบนข้อมือขวา เขามาเร็วกว่านัดหมายแปดนาทีสิบหกวินาที "ขอโทษนะ ไม่คิดว่าฝนจะตก เลยไม่ได้เอาร่มมา ต้องรบกวนให้มารับอย่างนี้" ฉันสืบตัวเข้าใต้ร่มกันฝนคันเดียวนั้น ตัวของเราสองคนเบียดกันแย่งพื้นที่แห้ง "ไม่เป็นไร" เขาหันมายิ้ม ฉันมองหน้าเขา และเรากำลังก้าวเท้าพร้อมกัน

เขาจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ไ ม่ไกลนัก จึงไปถึงได้ด้วยยี่สิบสามก้าวพอดี ฉันรีบสอดตัวเข้านั่งบนเบาะหนังเทียม นึกโล่งอกที่เสื้อผ้าไม่เปียกปอนมากนัก ฉันเบื่อฝน-ความชื้นบางทีบางหนช่างน่ารำคาญ เขาเข้าตามหลังมาด้วยเชื่องช้ากว่าิฉัน เพราะมัวแต่พับเก็บร่มให้เข้าที่ "ดูท่าจะตกนานเลย" เขาเอื้อมตัวไปห้อยอุปกรณ์กันฝนไว้หลังเบาะ เอี้ยวตัวกลับมาเสียบกุญแจรถ ก่อนจะนำยานพาหนะปะทะสายฝน สู่ถนนคอนกรีต

"ฟังเพลงมั้ย" เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เขายัดเทปลงเครื่องเล่น ฉันนั่งมองกระจกที่อาบไปด้วยน้ำฝน ภาพทิวทัศน์ภายนอกเริ่มเลอะเลือนลาง

-

ใบไม้ขยับขึ้น-ลงคล้ายรื่นเริงระบำไปกับการกระทำของฝน ฉันนั่งเหม่อมองละอองน้ำเล็ดลอดผ่านรูมุ้งลวด ฟุ้งเฟ้อ เบาบาง แต่ไม่ถึงกับสาดซัดเข้าสู่ภายใน-ยังไม่ต้องปิดหน้าต่าง หันกลับสู่จุดสนใจตรงหน้า ได้ยินเสียงของตัวการ์ตูนในโทรทัศน์ เด็กชายกำลังหัวเราะบนตัก และสายฝนยังคงอึกทึกอยู่ภายนอก

ฉันอุ้มเด็ กชายลงจากตักไว้ข้างตัว ปฏิกิริยาความสนใจของเขายังคงเป็นจอสี่เหลี่ยม และภาพเคลื่อนไหวในนั้น ฉันกระเถิบไปหยิบกล่องพัสดุ พิจารณาหนึ่งช่วงลมหายใจ ก่อนแกะห่อกระดาษสีน้ำตาล-ขยำทิ้ง เปิดกล่องกระดาษ ปรากฎกล่องสีไม้บรรจุสีไม้จำนวนสี่สิบแปดแท่ง ด้านบนกล่องสีประกบแปะด้วยบัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเล ฉันเปิดอ้าออก อ่านข้อความที่เขียนด้วยปากกาดำด้านใน "สุขสันต์วันเกิดลูกอาร์ท -พ่อ" ความทรงจำของเจ้าของลายมือชัดเจนในหัว

"สี สีนี่นา" เด็กชายคว้ากล่องสีจากมือฉัน

-

"ผมคุยเรื่องจัดงานบ้างแล้ว และก็บัตรเชิญผมจะจัดการให้" ชายหนุ่มโขกขยับกระปุกเกียร์ กดเท้าลงเบรค รถชะลอตัวที่สี่แยกไฟแดงหนึ่ง ฉันพยักหน้าเป็นการรับรู้ เขาฮัมเพลงประสานเสียงจากลำโพง ฝนนัวเนียในอากาศนอกกระจก เขาบิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง

"อีกแปดเดือนก็คลอดแล้วนะ" เขาลดมือลงมาลูบที่ท้องของฉัน "ชื่ออะไรดีเอ่ย"

"เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้นี่ จะรีบไปไหนล่ะ" ฉันตีมือเขาเบาๆ เรากำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ คงเป็นงานมงคลเล็กๆ ซึ่งเราจัดภายใต้เวลาที่ถูกกำหนด เพราะฉันตั้งครรภ์ก่อน พ่อแม่ของเขาจึงอยากให้เราแต่งกันเร็วที่สุดเท่าที่จะี่เป็นไปได้ ส่วนพ่อแม่ของฉันไม่มีปัญหา ท่านทั้งสองเสียไปนานแล้ว

"ผมรักคุณนะ" เขาดึงมือขวาของฉันไปหอมหนึ่งฟอด ฉันชักกลับไปตีไหล่เขาสองที "เล่นไม่รู้เรื่อง ขับรถไปเถอะน่า" หน้าของฉันแดงระเรื่อ เขาหัวเราะร่วน-ความสุข และรถยนต์ของเราเคลื่อนตัวแหวกสายฝนต่อไป

-

หยดน้ำหยุดทิ้งตัวจากฟ้า เหลือเพียงความชื้นแฉะ และกลิ่นสาบดินฉ่ำน้ำ นกบางตัวประสานเสียงรับแดดอ่อนๆ ฉันเปิดผ้าม่านมองสีฟ้าของท้องฟ้าแพลมโผล่ขึ้นที่ยอดเมฆ-สวย

เด็กชาย เปิดกล่องสีไม้ เขาจับสีน้ำเงินขึ้นมาไว้ในมือขวา กำแน่น และถูถากแถกไถมันลงกระดาษเอสี่สีขาว ฉันนั่งมองเด็กชายเปลี่ยนสีไปมา ลายเส้นขีดครืดคราดบนกระดาษไม่เป็นรูป-อาจเพราะฉันมองไม่ออก ฉันลุกนำกระดาษสีน้ำตาลกับกล่องกระดาษ ไปทิ้งในครัว ปล่อยมันลงถังขยะ ฉันยืนนิ่ง-คิด "-พ่อ" เด็กชายคงไม่รู้จักหรอก พ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าลูก พ่อที่ไม่เคยรักแม่จริงอย่างนั้นหรือ ฉันเดินกลับไปที่โซฟา หยิบบัตรอวยพรวันเกิดสีฟ้าน้ำทะเล นำไปทิ้งในครัว

แต่เด็กชายวิ่งถลา เข้ามาทางด้านหลัง "แม่ๆ ดูรุ้งกินน้ำ ฝนหยุดตก มีรุ้งกินน้ำด้วย" กระตุกกางเกงของฉันเบาๆ และยื่นมือชูกระดาษเอสี่เหนือหัว ฉันเห็นรูปทรงสีสันแปลกตา

-

เมื่อดับเครื่อง เสียงฝนเปอะแปะดังกังวาลกว่าเก่า ภายในรถที่หยุดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังเดี่ยวชั้นเดียว เขาเอี้ยวตัวไปหยิบร่มยื่นให้ฉัน มันยังไม่แห้งดีเมื่อสัมผัส "เดี๋ยวเลิกงานพรุ่งนี้ไปรับเหมือนวันนี้นะ จะได้ไปดูเรื่องอาหารด้วยกัน" เขาหันไปมองเม็ดฝนตกกระแทกกระจกหน้า "ระวังไม่สบายล่ะ รู้ไหม"

"ขอบใ จจ้ะ" ฉันยกมือโบกไปมาเป็นการอำลา ก่อนเปิดประตู และเลื่อนตัวไปใต้ร่มสีฟ้าน้ำทะเล ความชื้นสัมผัสได้ด้วยผิวหนัง ฉันเดินสู่ประตูบ้าน ก่อนหันมองรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางสายฝนที่หมุนเกลียวไปตามลม

ท้องฟ้าสีเทาด้วยเมฆแน่นขนัด ฝนคงตกอีกนาน ฉันคิดก่อนสอดกุญแจเปิดประตูบ้าน

-

"สวยมากเลยลูก" ฉันมองภาพบนกระดาษ รุ้งของเด็กชายไม่ได้มีเจ็ดสี และแน่นอนมันไม่ได้สวยงามในทางศิลปะเลยสักนิด แต่มันใสซื่อมากกว่าสิ่งใดที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต เด็กชายมองหน้าฉันแล้วยิ้มฉีก เขาชักภาพวาดกลับ "มาดูตรงนี้นะ" และชี้นิ้วอธิบายแต่ละจุดในภาพ ฉันลงนั่งข้างๆ เขา

"ตรงนี้ต้นไม้ และก็น้ำ น้ำ มีแม่ด้วย นี่ๆ แม่ๆ ชอบสี สีีเต็มไปหมดเลย" เด็กชายชี้ไปยังกล่องสีไม้

"ใช่จ้ะ ของพ่อซื้อมาให้ไง พรุ่งนี้วันเกิดลูกนะ ลืมแล้วเหรอ" ฉันกอดเด็กชายอายุสี่ปีสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันไว้ในอ้อมแขน ก่อนเหลือบมองท้องฟ้าจากช่องหน้าต่าง มีรุ้งพาดผ่าน ณ จุดหนึ่งบนความทรงจำของดวงตา-ภาพวาดในกระดาษเอสี่

บัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเลยังคงอยู่ในมือ และฉันไม่เสียใจเลยที่เขาทิ้งเราสองคนไป


2006/May/12



มีค่สี




น้าม
View full profile