2006/May/12



ผ้าม่านเผยอเผยด้วยแรงลม เสียงกระดิ่ิงเล่นโต้ลมลอยคล้อยเคล้าเข้ากับอากาศชื้น ฝนกำลังจะดิ่งลงจากฟ้า ฉัน และลูกอยู่ในบ้านปลอดภัยจากความเปียกของธรรมชาติ

กล่องพัสดุห่อกระดาษสีน้ำตาลที่รับมาจากที่ทำการไปรษณีย์ ยังคงวางบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องตั้งแต่วานซืน ลายมือหวัดแกมบรรจงบ่งบอกชื่อ และที่อยู่ปลายทางบนกล่องนั้น ฉันยังจำจดถึงเจ้าของลายเขียนนี้ได้อย่างดิบดี แม้จะเลือนลางไปบ้างผ่านกาลเวลา ฉันหย่อนตัวลงบนโซฟาเก่า หยิบเครื่องควบคุมโทรทัศน์ข้างตัว กดนิ้วลงปุ่มเปิด ภาพปรากฎที่หน้าจอ

"แม่ๆ อะไรน่ะ"

เด็กชายวัยสี่ขวบสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันคว้ากล่องพัสดุ ก่อนกระโจนตัวขึ้นบนโซฟา เขามองหน้าฉันคล้ายหวังว่า คำตอบของคำถามเมื่อครู่คือการอนุญาตให้แกะหีบห่อออก ฉันดึงมันออกจากมือเด็กชาย วางมันกลับที่โต๊ะ "เอาไว้นี่ก่อนนะคับ อาร์ท" ความผิดหวังผุดขึ้นบนหัวคิ้วที่กำลังขมวดหากัน ฉันอุ้มเขาไว้บนตัก "ดูการ์ตูนไหมลูก" เด็กชายพยักหน้า ดิฉันกดเปลี่ยนช่อง เขายิ้ม

-

เป็นรอยยิ้มที่ดิฉันคุ้นในความทรงจำ แม้จะมองผ่านม่านฝน ร่างของเขาที่หนีบตัวหลบความเปียกอยู่ใต้คันร่มสีเขียวน้ำะเล ค่อยๆตรงมารับฉันใต้ชายคาของอาคาร ฉันมองนาฬิกาบนข้อมือขวา เขามาเร็วกว่านัดหมายแปดนาทีสิบหกวินาที "ขอโทษนะ ไม่คิดว่าฝนจะตก เลยไม่ได้เอาร่มมา ต้องรบกวนให้มารับอย่างนี้" ฉันสืบตัวเข้าใต้ร่มกันฝนคันเดียวนั้น ตัวของเราสองคนเบียดกันแย่งพื้นที่แห้ง "ไม่เป็นไร" เขาหันมายิ้ม ฉันมองหน้าเขา และเรากำลังก้าวเท้าพร้อมกัน

เขาจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ไ ม่ไกลนัก จึงไปถึงได้ด้วยยี่สิบสามก้าวพอดี ฉันรีบสอดตัวเข้านั่งบนเบาะหนังเทียม นึกโล่งอกที่เสื้อผ้าไม่เปียกปอนมากนัก ฉันเบื่อฝน-ความชื้นบางทีบางหนช่างน่ารำคาญ เขาเข้าตามหลังมาด้วยเชื่องช้ากว่าิฉัน เพราะมัวแต่พับเก็บร่มให้เข้าที่ "ดูท่าจะตกนานเลย" เขาเอื้อมตัวไปห้อยอุปกรณ์กันฝนไว้หลังเบาะ เอี้ยวตัวกลับมาเสียบกุญแจรถ ก่อนจะนำยานพาหนะปะทะสายฝน สู่ถนนคอนกรีต

"ฟังเพลงมั้ย" เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เขายัดเทปลงเครื่องเล่น ฉันนั่งมองกระจกที่อาบไปด้วยน้ำฝน ภาพทิวทัศน์ภายนอกเริ่มเลอะเลือนลาง

-

ใบไม้ขยับขึ้น-ลงคล้ายรื่นเริงระบำไปกับการกระทำของฝน ฉันนั่งเหม่อมองละอองน้ำเล็ดลอดผ่านรูมุ้งลวด ฟุ้งเฟ้อ เบาบาง แต่ไม่ถึงกับสาดซัดเข้าสู่ภายใน-ยังไม่ต้องปิดหน้าต่าง หันกลับสู่จุดสนใจตรงหน้า ได้ยินเสียงของตัวการ์ตูนในโทรทัศน์ เด็กชายกำลังหัวเราะบนตัก และสายฝนยังคงอึกทึกอยู่ภายนอก

ฉันอุ้มเด็ กชายลงจากตักไว้ข้างตัว ปฏิกิริยาความสนใจของเขายังคงเป็นจอสี่เหลี่ยม และภาพเคลื่อนไหวในนั้น ฉันกระเถิบไปหยิบกล่องพัสดุ พิจารณาหนึ่งช่วงลมหายใจ ก่อนแกะห่อกระดาษสีน้ำตาล-ขยำทิ้ง เปิดกล่องกระดาษ ปรากฎกล่องสีไม้บรรจุสีไม้จำนวนสี่สิบแปดแท่ง ด้านบนกล่องสีประกบแปะด้วยบัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเล ฉันเปิดอ้าออก อ่านข้อความที่เขียนด้วยปากกาดำด้านใน "สุขสันต์วันเกิดลูกอาร์ท -พ่อ" ความทรงจำของเจ้าของลายมือชัดเจนในหัว

"สี สีนี่นา" เด็กชายคว้ากล่องสีจากมือฉัน

-

"ผมคุยเรื่องจัดงานบ้างแล้ว และก็บัตรเชิญผมจะจัดการให้" ชายหนุ่มโขกขยับกระปุกเกียร์ กดเท้าลงเบรค รถชะลอตัวที่สี่แยกไฟแดงหนึ่ง ฉันพยักหน้าเป็นการรับรู้ เขาฮัมเพลงประสานเสียงจากลำโพง ฝนนัวเนียในอากาศนอกกระจก เขาบิดขี้เกียจหนึ่งครั้ง

"อีกแปดเดือนก็คลอดแล้วนะ" เขาลดมือลงมาลูบที่ท้องของฉัน "ชื่ออะไรดีเอ่ย"

"เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้นี่ จะรีบไปไหนล่ะ" ฉันตีมือเขาเบาๆ เรากำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ คงเป็นงานมงคลเล็กๆ ซึ่งเราจัดภายใต้เวลาที่ถูกกำหนด เพราะฉันตั้งครรภ์ก่อน พ่อแม่ของเขาจึงอยากให้เราแต่งกันเร็วที่สุดเท่าที่จะี่เป็นไปได้ ส่วนพ่อแม่ของฉันไม่มีปัญหา ท่านทั้งสองเสียไปนานแล้ว

"ผมรักคุณนะ" เขาดึงมือขวาของฉันไปหอมหนึ่งฟอด ฉันชักกลับไปตีไหล่เขาสองที "เล่นไม่รู้เรื่อง ขับรถไปเถอะน่า" หน้าของฉันแดงระเรื่อ เขาหัวเราะร่วน-ความสุข และรถยนต์ของเราเคลื่อนตัวแหวกสายฝนต่อไป

-

หยดน้ำหยุดทิ้งตัวจากฟ้า เหลือเพียงความชื้นแฉะ และกลิ่นสาบดินฉ่ำน้ำ นกบางตัวประสานเสียงรับแดดอ่อนๆ ฉันเปิดผ้าม่านมองสีฟ้าของท้องฟ้าแพลมโผล่ขึ้นที่ยอดเมฆ-สวย

เด็กชาย เปิดกล่องสีไม้ เขาจับสีน้ำเงินขึ้นมาไว้ในมือขวา กำแน่น และถูถากแถกไถมันลงกระดาษเอสี่สีขาว ฉันนั่งมองเด็กชายเปลี่ยนสีไปมา ลายเส้นขีดครืดคราดบนกระดาษไม่เป็นรูป-อาจเพราะฉันมองไม่ออก ฉันลุกนำกระดาษสีน้ำตาลกับกล่องกระดาษ ไปทิ้งในครัว ปล่อยมันลงถังขยะ ฉันยืนนิ่ง-คิด "-พ่อ" เด็กชายคงไม่รู้จักหรอก พ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าลูก พ่อที่ไม่เคยรักแม่จริงอย่างนั้นหรือ ฉันเดินกลับไปที่โซฟา หยิบบัตรอวยพรวันเกิดสีฟ้าน้ำทะเล นำไปทิ้งในครัว

แต่เด็กชายวิ่งถลา เข้ามาทางด้านหลัง "แม่ๆ ดูรุ้งกินน้ำ ฝนหยุดตก มีรุ้งกินน้ำด้วย" กระตุกกางเกงของฉันเบาๆ และยื่นมือชูกระดาษเอสี่เหนือหัว ฉันเห็นรูปทรงสีสันแปลกตา

-

เมื่อดับเครื่อง เสียงฝนเปอะแปะดังกังวาลกว่าเก่า ภายในรถที่หยุดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังเดี่ยวชั้นเดียว เขาเอี้ยวตัวไปหยิบร่มยื่นให้ฉัน มันยังไม่แห้งดีเมื่อสัมผัส "เดี๋ยวเลิกงานพรุ่งนี้ไปรับเหมือนวันนี้นะ จะได้ไปดูเรื่องอาหารด้วยกัน" เขาหันไปมองเม็ดฝนตกกระแทกกระจกหน้า "ระวังไม่สบายล่ะ รู้ไหม"

"ขอบใ จจ้ะ" ฉันยกมือโบกไปมาเป็นการอำลา ก่อนเปิดประตู และเลื่อนตัวไปใต้ร่มสีฟ้าน้ำทะเล ความชื้นสัมผัสได้ด้วยผิวหนัง ฉันเดินสู่ประตูบ้าน ก่อนหันมองรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางสายฝนที่หมุนเกลียวไปตามลม

ท้องฟ้าสีเทาด้วยเมฆแน่นขนัด ฝนคงตกอีกนาน ฉันคิดก่อนสอดกุญแจเปิดประตูบ้าน

-

"สวยมากเลยลูก" ฉันมองภาพบนกระดาษ รุ้งของเด็กชายไม่ได้มีเจ็ดสี และแน่นอนมันไม่ได้สวยงามในทางศิลปะเลยสักนิด แต่มันใสซื่อมากกว่าสิ่งใดที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต เด็กชายมองหน้าฉันแล้วยิ้มฉีก เขาชักภาพวาดกลับ "มาดูตรงนี้นะ" และชี้นิ้วอธิบายแต่ละจุดในภาพ ฉันลงนั่งข้างๆ เขา

"ตรงนี้ต้นไม้ และก็น้ำ น้ำ มีแม่ด้วย นี่ๆ แม่ๆ ชอบสี สีีเต็มไปหมดเลย" เด็กชายชี้ไปยังกล่องสีไม้

"ใช่จ้ะ ของพ่อซื้อมาให้ไง พรุ่งนี้วันเกิดลูกนะ ลืมแล้วเหรอ" ฉันกอดเด็กชายอายุสี่ปีสิบเอ็ดเดือนยี่สิบเก้าวันไว้ในอ้อมแขน ก่อนเหลือบมองท้องฟ้าจากช่องหน้าต่าง มีรุ้งพาดผ่าน ณ จุดหนึ่งบนความทรงจำของดวงตา-ภาพวาดในกระดาษเอสี่

บัตรอวยพรสีฟ้าน้ำทะเลยังคงอยู่ในมือ และฉันไม่เสียใจเลยที่เขาทิ้งเราสองคนไป


Comment

Comment:

Tweet


เฮ้อ....รู้ไหมว่าการรับรู้สิ่งหนึ่งในแบบที่มันเป็นมาตลอดชีวิต..แล้วมาพบเจอสิ่งนั้นในอีกแง่มุมนึง..ทำให้เหมือนสิ่งนั้นมันไม่สมบูรณ์ ขาดหาย....และเมื่ออ่านเรื่องนี้...

เหมือนผมกำลังขาดอากาศแต่ก็ไม่ยักกะสูดหายใจ...
เนื่อเรื่องดีมากๆครับ...
ทำไมบล็อกใช้ยากจังเลยอะ...
แต่สวยมากก ก
#54 by #11 At 2010-03-05 08:26,
>>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง >>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้ >>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม >>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร. >>เป็นเวลาหลาย 10 ปี >>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง >>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้ >>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ >>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า >>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า >>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด >>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป >>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม. >>ต่อแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5คนตั้งแต่เราอ่าน โทดอีกกี่ครั้งล่ะค่ะโทด
#53 by see (222.123.144.62) At 2008-02-07 17:05,
>>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง >>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้ >>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม >>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร. >>เป็นเวลาหลาย 10 ปี >>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง >>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้ >>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ >>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า >>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า >>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด >>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป >>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม. >>ต่อแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5คนตั้งแต่เราอ่าน โทดอีกกี่ครั้งล่ะค่ะโทด
#52 by see (222.123.144.62) At 2008-02-07 17:04,
โอ๊ย เศร้าอะ เข้ามาบล็อกนี้ทีไร
ถ้าไม่ได้เสียงหัวเราะก็ได้น้ามตาแทน
#51 by ’missCandy At 2006-07-06 11:19,
จะมีสีไหนที่ทำให้สีอื่นที่ดูเศร้าดูสดใสได้บ้างนะ
T_T

เหงาๆนะวันนี้
Theme น่ารักดีค่ะ..
#49 by Gratai...Ka!!! At 2006-06-30 18:22,
กลับมาแล้วแวะไปด้วยเน้อออออ
#48 by แมวตัวแม่ (Sleepless@Bkk) At 2006-06-26 16:14,
พี่น้าม....โอชอบเรื่องนี้ง่ะ
เอ้อ เปนไงมั่งบายดีป่ะ
โอเพิ่งทำบล๊อคแหละ
ไปแระ...บาย
#47 by **pomelo-so-sweet** At 2006-06-25 20:07,
โอ้ว เรากลับมาแย้ว
#46 by .... At 2006-06-24 21:41,
หายไปไหนน๊า

ไม่เห็นมาอัพบล็อก

หรือหนีจากบางกอก

ไปตามหารุ้งหลากสี

#44 by (202.149.115.34 /192.168.1.194) At 2006-06-06 14:15,
ชอบเวลาฝนตก

ชอบหลังฝนตก




เพราะมันจะมีรุ้ง




ชอบฝนมั้ย ?
#43 by **** * At 2006-05-31 10:49,

เช้านี้ รู้สึกอยากมองรุ้ง...
#42 by Minigal At 2006-05-29 09:34,
รุ้งนายสวย และอมเศร้า
แต่ บางครั้ง กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาดดีนะ
#41 by ADออฟเดอะเวินด์ At 2006-05-24 21:30,
คนหนึ่งคน

เหมือนรุ้งมั้งค่ะ

มีหลายสี สลับกันไป
อาจมีบ้าง...
ที่เราอยากให้ชีวิตมันหยุดอยู่ที่สีใดสีหนึ่งในเส้นรุ้ง

แต่ก็นั่นแหละ...
มันไม่เคยหยุด
#40 by ??? At 2006-05-24 01:55,
อาจเพราะทางออกที่มี

ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
#39 by wouldn't it be nice At 2006-05-24 01:36,
จะมาโพสตั้งนาน หาที่ตอบไม่เจอว่ะน้องชาย ฮ่าๆๆๆ โทษที ๆ เจ๊แก่แล้ว
#38 by ~:Angelyui:~ At 2006-05-23 22:39,
ความสดใส
หลัง
ความหม่นหมอง

เห็นเม้นอื่นๆแต่งแคนโต แล้วอยากแต่งมั่งน่ะครับ แหะ ๆ

เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ระวังเป็นหวัดนะครับ

ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

ปล.รุ้งกินน้ำ เค้าห้ามเอามือชี้นะ เดี๋ยวนิ้วกุด
หาปุ่มคอมเม้นยากขึ้นทุกวัน


ปล. มันเรียงตามเสปคตรัม
#36 by 609 At 2006-05-20 04:53,
เอ๊ะ... ว่าแต่ทามมายไม่อัปบ้างเลย...

#35 by BBBBBB At 2006-05-19 23:51,
ฉันรัก
รุ้งกินน้ำ ...

ก้แค่นั้น
#34 by ,, สายรุ้ง ,, At 2006-05-19 20:50,
สีไม้สีนี้ ช่างมีพรสวรรค์
สีไม้สีนี้เขียนเรื่องบรรเจิดใจ
สีไม้สีนี้ เป็นสีน้ำ
สีไม้สีนี้ จรรโลงใจ

หากเป็นได้ อยากจะขอสีไม้ ให้มีกำลังใจ
หากเป็นได้ อยากจะขอให้ฝนตก สีไม้จะได้ป้นสีน้ำ
หากเป้นได้ อยากจะขอแสงแดด หลังฝนตก
หากเป้นได้ อยากจะขอให้สีไม้กลายเป็นรุ้ง

#33 by . At 2006-05-19 16:07,

อยู่ดีๆ

เด็กน้อยคนหนึ่งในตัวของฉัน
คิดถึงสายรุ้งในวันนั้น
วันที่ได้ยืนฝันกับพ่อ

#32 by Minigal At 2006-05-19 13:47,
เรื่องสั้นน่าติดตาม....ได้ใจความ...และกินใจ
#31 by BBBBBB At 2006-05-19 02:29,
อ๊า ...

งั้น .. วินนิ่งมั้ย สะ เอ้ย วินนิ่งมั้ย น้ามมมมม

คริ คริ ..

แค่
6 สี
ก็พอ

โรค 3 บรรทัดนี่มันชักจะระบาดไปทั่วแล้วนะน้าม

subwayเริ่มบ้าไปด้วยแล้ว


ps.ไม่ใช่ขนมลิ้นชักต่างหาก
#29 by wouldn't it be nice At 2006-05-18 12:53,




ไม่อยากตอบ
ล่ะสินะ






#27 by **** * At 2006-05-17 09:28,
เรตติ้งดีนะ
#26 by nuut At 2006-05-17 09:13,
ทำไม
ต้อง
สามบรรทัด

( ฮึ ? )
#24 by **** * At 2006-05-16 08:08,
อ่านมาหลายวันแล้ว
เพิ่งจะจบวันนี้

ใคร ๆ ก็ยืนยันว่ารุ้งมีเจ็ดสี เหมือนเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้

แต่ชีวิตคนเราล่ะ ใครจะมายืนยันได้

สีของรุ้งมีแต่สีสดใส
เพราะมันอยากจะทำให้คนมอง รู้สึกสดใสตามด้วยมั้ง

สีชมพูหายไป เพราะชีวิตต้องการมันหรือเปล่านะ
#23 by ข้าวปุ้น At 2006-05-15 16:04,
แล้ว ..


รุ้งของน้าม


มีกี่สี ???
บลอคไฮโซจัง
หึหึ
ไปแระ
ไฮโซมันติดคอคร๊าบบ
#21 by ~*อาโยะโหย๋~* At 2006-05-15 00:54,
แปลกเนอะ ทำไมรุ้งไม่มีสีดำ
#19 by mymaya At 2006-05-14 23:26,
แค่มีดินสอสี...
เราก็สามารถวาดรุ้งแบบไหนก็ได้ให้ตัวเราเองแล้วล่ะ

แล้วบางที...
ก็อาจทำได้มากกว่านั้น
#18 by aki At 2006-05-14 23:13,
ชั้นล่ะเบื่อธีมบล๊อคแกจิงๆไอ้คุณน้ามมมม

ไปเม้นท์อะไรไว้ย๊า แม่ถีบบบบบ

(เดี๋ยวมาอ่านหลังสอบเสร็จ)
#17 by ู... At 2006-05-14 21:37,
รุ้ง
แสงขาว
หักเห
#16 by น้ำเงินเจือขาว At 2006-05-14 01:10,
สีที่หายไป มันใช่สีครามน้ามทะเลรึป่าว?
#15 by calliope At 2006-05-13 21:54,
รุ้ง
มี
เจ็ดสี

เฉกเช่น คนเรา
หลาย
ความรู้สึก

จะสดใส หรือมืดหม่น
ต่างกันเพียง
มุมมอง .....
#14 by *..puSZy..* At 2006-05-13 20:49,
สีหายไป1สี แต่กลับทำให้มันเข้มแข็งขึ้น ^ ^
#13 by Vixen At 2006-05-13 20:20,
ซึ้งดีจังเยยเคอะ หึหึ เราชอบมากเลยบลอคนี้อะ
#12 by :✩:ずん_zun::。⊙﹏⊙。 At 2006-05-13 14:51,
น้องArt
ทำสีรุ้ง หายไปหนึ่งสีนี่เอง
#11 by calliope At 2006-05-13 14:11,

รวมเล่มเมื่อไหร่บอกนะน้องน้าม.. แต่ละเรื่อง...
ชอบคำว่า
ฉันสืบตัวเข้าใต้ร่มกันฝนคันเดียวนั้น

กับ

และ ถูถากแถกไถ มันลงกระดาษเอสี่สีขาว

หึหึ
#9 by ifine™ At 2006-05-13 13:21,
เสร้าแฮะ
#8 by .... At 2006-05-13 12:33,
อืมๆ...อ่านแล้วเศร้าอ่ะ
#7 by kemkem At 2006-05-13 12:05,
รุ้ง
บน
กระดาษ
#6 by ฟิวส์ At 2006-05-13 10:59,
สวยน่ะ แต่สีตัวอักษรและออฟชั่นของพี่ทำให้ดูงงต่อไปน่ะ
#5 by ง้วน At 2006-05-13 09:18,
ตัวละคร
มี
สามคน
#4 by amaie* At 2006-05-13 00:57,
นี่คือเหตุผลที่รุ้งมีหกสีใช่มั้ยครับ
...................................
การขาดบางอย่าง ไม่น่าจะทำให้การรับรู้บางอย่างหายไป รึเปล่า? (หรือนี่จะเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป)
..................................
แต่ใครก็มีสิทธิ์ที่จะจินตนาการได้ว่า รุ้งของตนเองมีกี่สี
.................................
ขอ add นะครับ
#3 by pjuneja At 2006-05-13 00:06,

น้าม
View full profile