adult-fiction

2006/Mar/19



เวลาบ่ายอุ่นๆของวันศุกร์ ฉันนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวสีน้ำเงินเข้ม ณ สี่แยกไฟแดงคล้ายคุ้นตา ถ้าความทรงจำเรื่องเส้นทางของฉันไม่ผิด ภายในอีกไม่กี่เลี้ยวก็จะถึงจุดหมายการเดินทางนี้ แต่เท้าของฉันยังกดเบรคไว้จนมิด และรอสัญญาณไฟบนยอดเสาเหนือหัว ซึ่งตอนนี้สลอนแสงเป็นสีแดงสดท่ามกลางความระอุของไอแดด ถึงแม้ว่าในสี่แยกขณะนี้มีเพียงยานพาหนะของฉันเพียงคันเดียว แต่สำหรับในต่างจังหวัดอย่างนี้แล้ว ถือได้ว่าเป็นสถาณการณ์ปกติที่ฉันจะต้องรอคอยการมาของสัญญาณไฟต่อๆไป

ฉันจำไม่ได้ว่าจากที่นี่ไปนานเท่าไหร่แล้ว รู้แต่เพียงว่าภาพของสถานที่ข้างทางที่คุ้นตานี้ กลับกระตุ้นความทรงจำที่หลับสนิทมานานให้ลุกจากเตียงช้าๆ ฉันกับพี่ชายโต และเรียนที่นี่ตอนเด็กๆ แม่เสียหลังจากคลอดฉันได้ไม่นาน เหลือแต่พ่อที่เลี้ยงดูฉันกับพี่ พ่อเป็นเจ้าของร้านของชำสองคูหา และเปิดชั้นบนเป็นห้องเช่า ครอบครัวของเราอยู่อย่างพอมีพอกิน

ไฟสัญญาณสีแดงบนเสายังชัดเจนดี นึกอยากกลบเสียงความเงียบในรถ ฉันกดตลับเทปที่คาไว้ลงช่อง เครื่องเล่นวิทยุเทปส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ก่อนเสียงกีต้าร์บรรเลงขึ้นช้าๆ และเสียงของนักร้องหญิงจะปลิ้นออกจากลำโพงข้างประตูทั้งสอง ท่วงทำนองจึงเข้าแทนที่ความเงียบเมื่อสักครู่ได้ชะงัด

ตั้งแต่พ่อส่งพี่ และฉันจนเรียนจบ พ่อก็เกษียณตัวเองอยู่กับบ้านจากกิจการค้าขายเล็กๆนั้น เขาหวังว่าลูกจะอยู่ใกล้ๆ และคอยดูแลเขา แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง พี่ของฉันเป็นทหาร และต้องไปประจำอยู่ในจังหวัดอื่น ส่วนฉันหลังจากเรียนจบ ก็ได้ลงทุนเปิดบริษัททัวร์กับรุ่นพี่ที่รู้จักกัน เนื่องจากบริษัทยังใหม่ และอะไรๆยังไม่ลงตัว ฉันจึงไม่มีเวลาว่างมากนัก ถึงแม้ทั้งฉัน และพี่จะส่งเงินไปให้พ่ออย่างสม่ำเสมอ แต่ฉันก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พ่อต้องการ ในปีนั้นฉันเคยไปเยี่ยมพ่อครั้งหนึ่ง หรือสองครั้ง ฉันถามพ่อว่า อยากให้หาใครมาอยู่เป็นเพื่อนไหม ฉันหาให้ได้ แต่พ่อกลับปฏิเสธ และยังบอกว่า เขาจะอยู่คนเดียวไปจนตายเลยก็ไดถ้าลูกๆไม่มาอยู่กับเขา ฉันรู้ดีว่าเขาประชด

เสียงแตรจากรถคันหลังดังสองครั้งติด ทำให้เพลงที่ฉันฟังอยู่อยู่คล้ายสะดุดไปขณะหนึ่ง ฉันเหลือบไปมองไฟสัญญาณ มันเป็นสีเขียวตั้งแต่เมื่อไรกัน เพราะมีแค่ช่องทางเดียว ฉันเลยรีบเร่งเครื่องเป็นการขอโทษ และหมุนพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวขวา คล้ายรถคันหลังไม่รับคำขอโทษนั้น และพุ่งตรงสู่เส้นทางที่ต่างกัน แต่ช่างเถอะ ฉันบังคับรถสู่ถนนอีกสาย

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ทั้งที่พี่โทรมาบอกว่าพ่อต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ฉันก็ไม่ว่างมาเยี่ยมเลย เพราะเรื่องงานที่บริษัทกำลังยุ่ง ทุกครั้งที่ฉันตั้งใจจะมา ก็มักมีเรื่องให้ต้องยกเลิกเสียทุกครั้ง พ่อคงเสียใจที่ฉันไม่ได้มาเยี่ยมพ่อ ฉันอยากขอโทษพ่อต่อหน้าสักครั้ง แค่สักครั้งก็คงดี แต่คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

เสียงนักร้องหญิงจากลำโพงเงียบลงเหลือเพียงเสียงกีต้าร์ มันถูกบรรเลงอยู่สักพักอย่างโดดเดี่ยว ก่อนจบลงสู่เพลงถัดไป ฉันกดดีดเทปออกจากเครื่องเล่น ไม่มีรถสวนมากจากอีกฝั่งของถนน ฉันหักขวาเลี้ยวเข้าสู่ถนนเป็นดินลูกรัง และความเงียบอีกครั้ง



ในชุดเครื่องแบบข้าราชการสีขาวเต็มยศ พี่เดินตรงมาที่ฉันที่เพิ่งลงจากรถ พี่บอกว่าฉันมาช้ามาก เขาหันกลับ และเดินนำฉันไป ขณะที่เดินไป ฉันมองพี่จากด้านหลัง แต่ฉันรู้สึกว่าพี่กำลังร้องไห้

เมื่อเดินถึงศาลา มีคนจำนวนหนึ่งในชุดดำล้วนนั่งสนทนาเบาๆอยู่ห้าถึงหกคน ฉันเดินเข้าไปไหว้พ่อ และเอาธูปหนึ่งดอกลงปักรวมกับกลุ่มธูปที่ถูกปักไปก่อนหน้านี้ ควันจากธูปผสานกันไปมาตามแรงลม ฉันกระพริบตาหนึ่งครั้ง น้ำตาหนึ่งหยดหล่น

บ่ายอุ่นๆของวันศุกร์ ฉันนึกถึงเสียงกีต้าร์ที่บรรเลงอย่างโดดเดี่ยว

พ่อคะ หนูขอโทษ

ฉันมองรูปของพ่อสีขาวดำที่ตั้งอยู่ด้านข้าง มันเป็นแค่ภาพอยู่อย่างนั้น


2005/Dec/05



สายตาของผมเพ่งไปที่

กรอบรูปสี่เหลี่มบรรจุรูปคนสามคนไว้ข้างใน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงส่วมเสื้อกระโปรงสีน้ำเงินน้ำทะเล ผมมัดไว้เป็นมวยด้านหลังหัว แขนทั้งสองกุมท้องที่เป็นรูปทรงนูนออกมาเห็นได้จากแสงเงาของเสื้อผ้านั้น อีกคนที่ยืนข้างๆโอบไหลเธอไว้ด้วยมือขวา เขาเป็นชายร่างสันทัด ผมจัดเป็นทง ใส่เสื้อโปโลลายขาวน้ำเงินแดง กางเกงสแลคสีดำ ปากของเขาเผยอยิ้ม ข้างหน้าของคนทั้งคู่คือเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงเขียว โบว์สีฟ้าถูกประดับไว้ที่เอว ที่คาดผมสีชมพูขัดผมทั้งหัวของเธอไว้ด้านหลัง หน้าของเด็กหญิงนั้นยิ้มจนตาหยีปิดกันมิดชิด แต่ฟันข้างล่างแย่งกันออกมาจากปากที่ยิ้มหลาของเธอ

ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเก่าสีน้ำตาล ภายในห้องนั่งเล่น ของตกแต่งในห้องบางอย่างถูกเคลื่อนย้ายลงกล่อง เตรียมพร้อมจะถูกนำพาไปสถานที่ใหม่ ห้องนี้จึงเหลือเพียงอะไรไม่กี่อย่าง รวมทั้งโซฟาที่ผมนั่งทับมันอยู่ กับกรอบรูปที่สายตาจับจ้อง

"ลูกเก็บของเสร็จหรือยัง"

"ครับแม่ กำลังจะเสร็จแล้ว"

"เร็วเดี๋ยวพี่สาวลูกก็มาแล้ว รีบลงมาช่วยขนของด้วยนะ"

"ครับแม่"

ภาพในกรอบรูปชักสายตา และความคิดผมกลับไปจากบทสนทนาอีกครั้ง ชายในชุดโปโลยิ้มให้เมื่อผมมอง เขาคงยิ้มอย่างนี้อยู่เสมอ เขาจะเป็นคนใจดี หรือดุๆ เขาจะตั้งชื่อเราว่าอะไร ถ้าเขาอยู่ถึงตอนที่เราคลอด เราจะทะเลาะกับเขาเหมือนกับพ่อลูกคนอื่นๆหรือเปล่านะ ดูๆไปหน้าเราก็เหมือนเขาเหมือนกันนี่ ถ้าพ่อยังอยู่กับเราล่ะ พ่อจะ

"อ้าวนี่ทำอะไรอยู่ล่ะเนี่ย ไม่เก็บของให้เร็วๆล่ะ จะได้รีบลงไป พี่มาแล้วนะ"

" "

"นั่นวัฒน์ถืออะไรอยู่น่ะลูก"

"แม่ครับ"

"มีอะไรเหรอไหนแม่ดูซิ"

"พ่อเขาหน้าเหมือนผมเลยเนอะ"

"อืม เหมือนพ่อเลยนะเราเนี่ย"

ผมเข้าไปกอดแม่ในมือยังถือกรอบรูปไว้แน่น แม่ยิ้มให้ผมเหมือนกับที่เธอเคยทำตั้งแต่ผมจำความได้ แม้ตอนนี้บนหน้าของแม่จะมีริ้วรอยของกาลเวลา และอายุ แต่ยิ้มของเธอก็ทำให้ผมสบายใจได้ทุกครั้ง น้ำตาของผมเริ่มขยับออกจากหัวตา เป็นหยดหนึ่งหยด

"ผมรักแม่นะครับ"

ผมหันไปมองกรอบรูปในมือ พ่อกำลังมองดูเราอยู่

และพ่อก็ยิ้มตอบอยู่ในกรอบรูปบนมือของผม เหมือนกับรอยยิ้มของแม่เลย


2005/Nov/20



"นี่ มึงรับดิ เออ"

"เฮ้ย กูไม่กล้าหวะ ครั้งแรก"

"ไอ้เหี้ย ใครก็มีครั้งแรกกันทั้งนั้นแหละ"

"เหรอ อืม เอาไงดีวะ"

"ฉีดๆไปเหอะ กูทำมาเป็นร้อยครั้งแล้วมั้ง จำไม่ได้หวะ ห้ะ ห้ะ"

"เอ่อ แล้วมันเป็นไงวะ แบบ รู้สึกยังไงวะ"

"มันลอยๆ ฟุ่งๆ เหี้ย ดีเว้ย ดี บางครั้งกูเหมือนบินได้เลยนะเว้ย ห้ะ ห้ะ แต่แรกๆอาจจะทรมานหน่อย บางคนครั้งแรกแม่งชักตายเลย ห้ะ ห้ะ"

"เฮ้ย งั้นกูไม่เอา"

"ล้อเล่นไอ้สัตว์ มึงไม่เอาได้ไง นี้เงินมึงนะ หรือจะให้กูอีก แต่ไม่ไหวหวะ กูเมาแล้ว ห้ะ ห้ะ"

"เออ"

"แหม ทีงี้ทำเป็นหวงนะเว้ย ห้ะ ห้ะ"

"ถ้าพ่อแม่กูรู้ เขาจะสนใจกูป่าววะ"

"พ่อแม่ สนใจเหรอ ไม่รู้หวะ เอาเหอะ เดี๋ยวเสียของ เสียบเข้าไปแล้วฉีดให้มิดด้ามเลยนะ ห้ะ ห้ะ แล้วเดี๋ยวก็ลืมไปหมดแหละ พ่อแม่พี่น้องไรของมึงน่ะ มาๆ กูรัดต้นแขนให้ก่อน"

"เอ่อ"

"งับนี่ไว้ เออ นั่นแหละ ใช่ๆ ฉีดดิวะ"

"อืม"

"เร็วดิ อย่าปล่อยให้กูเมาอยู่คนเดียวเนี่ย ห้ะ ห้ะ"

" "

"เออ ดีๆ ห้ะ ห้ะ"

" "

"เป็นไง แม่งเหมือนไหลไปทั่วตัวเลยดิ"

"อืม ขอบคุณหวะเพื่อน ขอบคุณ"

"ขอบคุณกูทำไม ขอบคุณเข็มในมือมึงเว้ย แม่งเจ๋งกว่ากูเยอะ ห้ะ ห้ะ"

" "

"ร้องไห้ไมวะ เฮ้ย เป็นเหี้ยไรเนี่ย"

"ป่าวๆ กูคงเมามั้ง"

"ห้ะ ห้ะ ไอ้ขี้เมา ครั้งแรกก็เงี้ย ซึมๆเว้ย ดูกูดิ บ่อยแล้ว ชินแล้ว ห้ะ ห้ะ"

" "

"ห้า ห้า"

" "

"พ่อ แม่ ขอโทษครับ"

"อะไรนะ มึงบ่นเหี้ยไร เพ้อเปล่าวะ เออ ก็ต้องเพ้ออยู่แล้ว ใช่เปล่าวะ ห้ะ ห้ะ"

"อืม"




น้าม
View full profile